ยังไม่สาบสูญ

posted on 03 Sep 2010 22:37 by noopure

ห่างหายไปนานกับการอัพบล๊อกเนื่องจากที่มาเป็นเด็กหอ  ที่หอไม่มีอินเตอร์เน็ต

 

ขาดการติดต่อจากโลกภายนอก  ณ บัดนี้  ก็เป็นเวลาที่นานพอสมควรทางสำนักงานจึงได้ดำเนินการติดตั้งเครือข่ายอินเตอร์ให้เรียบร้อยแล้ว

 

ถึงแม้ว่าภายในห้องพักมีสองชีวิต ที่จะต้องคอยจับจองสายแลนด์เพียงสายเดียว ก็ยังดีกว่าไม่มีใช้เลย

 วันเกิดก็เพิ่งผ่านไปไม่นาน สิบเก้าปีแล้วเวลาช่างผ่านไปไวเหลือเกิน

 ขอบคุณ คุณแม่นะค่ะ ที่คอยเลี้ยงดูและให้กำลังใจ มาถึงทุกวันนี้  ขอสัญญานะค่ะว่า จะกลับเอาใบปริญญาไปให้เป็นของขวัญรางวัล

 

เมื่อแท๊กซี่เป็นโจร

posted on 04 Apr 2010 13:07 by noopure

เอนทรี่นี้เป็นเอนทรี่ที่ต่อจากเอนทรี่ที่แล้ว (ไว้อาลัยแด่กระเป๋า Naraya ใบใหม่)

ตอนนี้เริ่มแน่ใจแล้วว่าของที่หายไปไม่ได้คืนแน่  เพราะนี่ก็ข่างเข้าวันที่4  แล้วที่ของหายไป  แล้วยังไม่ได้รับการติดต่อกลับจากเจ้าหน้าที่ 1681  และ 1644  เลยมาอัพบล๊อกเตือนชาวบล๊อกทั้งหลายให้ระวังภัยรูปแบบใหม่ (รึป่าว)

ได้พูดคุยกับญาติและเพื่อนพี่น้อง หลายๆคน ทุกคนล้วนบอกว่าแท๊กซี่ มันเป็นโจร  ถ้าไปแต่ผู้หญิงอาจมีสิทธิ์ถูกจี้  แต่โชคดีที่มีน้องชายนู๋เพียว  นั่งไปด้วย

เหตุการณ์เกิดขึ้นวันที่ 1 เมษายน 2553  เวลา  06.00

นู๋เพียวเรียกแท๊กซี่  จากซอยน้ำใส  ไป สถานีรถไฟบางกอกน้อย

ยืนเรียกแท๊กซี่ประมาณ 3 คัน  ไม่มีคันไหนไป พอเรียกคันที่ 4 ถึงจะไป  คนขับอายุประมาณ 26-27 ปี

แล้วนู๋เพียวก็เลยบอกจุดหมายที่จะไป แล้วให้เลี้ยวเข้าไปเอาของที่บ้าน

Taxi : พี่ไปถูกใช่ไหมครับ วิ่งเส้นพระรามเจ็ด  ไปออกจรัญ ใช่ไหมคับ แต่หมว่ามันติดนะตอนนี้

นู๋เพียว: ไปทางพระราม7 อะค่ะ  เช้าๆ 6 โมงยังไม่ติดหรอก เจ็ดโมงไปแล้วถึงจะติด 

Taxi : งั้นผมวิ่งออกวิภาวดี ไม่ลงอุโมงค์นะ

นู๋เพียว: อืม ค่ะ 

   และแล้วมันก็วิ่งลงอุโมงไป

Taxi : งั้นเดี๋ยวไปเลี้ยวเกษตรนะครับ จะได้หนีไฟแดง

นู๋เพียว: ไม่ดีกว่าค่ะ  งั้นไปเลี้ยวตรงรัชโยธิน แล้วยาวไปออกพระราม 7เลยดีกว่าค่ะ

Taxi : ผมว่ามันติดไฟแดงนะคับพี่ 

นู๋เพียว: จะติดยังไงอะ เมื่อขึ้นสะพานข้ามแยกเกษตร กะแยกเสนา ไป จะติดก็ตอนเลี้ยวขวา เหมือนกันกับแยกเกษตร

Taxi : คับ งั้นยาวไปทางนู้นเลยแล้วกันคับ 

นู๋เพียว: ค่ะ

      พอนั่งไปเรื่อย

Taxi : วันนี้รถผมยางแตก คู่กะนี่ไม่เคยแตกเลย เหลือเวลาอีก 4 ชม.  เดี๊ยวว่าจะหาผู้โดยสารไปเรื่อยๆๆ  ตรงนั้นมันใกล้ศิริราชไหมพี่ แล้วพี่จะไปจังหวัดไหนกันอะ

นู๋เพียว: (คิดในใจ ถามอะไรหนักหนา)ก็ใกล้นะ เลี้ยวช้ายจากสถานีไปก็ถึงอะ ก็ไปชุมพรอะ 

Taxi : ไปชุมพร กี่โลอะพี่  แล้วที่สถานีรถไฟไหนคนขึ้นเยอะสุดระหว่างหัวลำโพง กะ  บางกอกน้อย

นู๋เพียว:(เอาสิ ถามทำไม น่าจะรู้นะที่ไหนคนเยอะ)ไปขุมพรก็ 500 โล   ส่วนคนพอๆกันอะ   (มันถามแบบมีพิรุธเลยตอบไปแบบนั้น จริงๆหัวลำโพงคนเยอะกว่าแน่นอน)

Taxi : (แล้วมันก็นั่งคำนวณอะไรซักอย่าง คล้ายกับว่า เหมือนจะเหมาแท๊กซี่ไปชุมพร)  ผมจำเรดไม่ได้ต้องไปดูในใบตาราง

นู๋เพียว:(คิดในใจ ไม่ได้ถาม บอกทำไมอะ ได้แต่นั่งเงียบให้มันพูดไป )

Taxi : ผมว่ากระเป๋าพี่ก็ไม่เยอะนะ

นู๋เพียว: 6ใบนี่นะไม่เยอะ (คิดในใจดีนะไม่ถามข้างในมีอะไรบ้าง)

ขับไปเรื่อยๆ เลยแยกพระบรมราชชนนี เกือบถึงแยก บางขุนนนท์

Taxi : ใกล้ถึงยังคับ

นู๋เพียว:ข้ามทางรถไฟข้างหน้า แล้วเลี้ยวซ้าย แล้วขับชิดซ้ายไปเรื่อยๆอะถึง

Taxi : คับ รถติดเหมือนกันนะนี่

นู๋เพียว: ก็ไปได้เรื่อยเพราะมันเป็นตลาด เช้าๆเค้าก็มาจ่ายตลาด จวนจะถึงสถานีแล้วจอดตรงนี้แหละ

Taxi : ของพี่เยอะ เดี๋ยวผมจอดตรงสถานีให้

นู๋เพียว:ตรงนั้นทางวันเว  ถ้าจอดเอาของลงรถติด ตรงนี้แหละ

 แล้วแม่ก๋จ่ายเงินค่าแท๊กซี่ ด้วยใบม่วง

Taxi : ไม่มีถอน

นู๋เพียว:งั้นเอานี่ไป (ใบแดง สองใบ)

ขณะที่เรากำลังจ่ายเงินน้องชายก้กำลังขนของลง ดัวยความที่ว่าของมันเยอะจัดน้องชายก็ขนของลงมาได้ครึ่งนึง   ตอนนั้นรถติดด้วยนู๋เพียวก็เลยคิดว่า มันจะเลื่อนรถไปจอดอีกที่หนึ่ง เพราะเห็นมันเปิดไฟขอทาง แต่ขณะนั้นก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็วิ่งตามไปด้วยพร้อมกับเคาะข้างรถให้จอด พร้อมกับมีพีพลเมืองดีช่วยโบกมือเรียกให้รถจอด เพราะเห็นนู่เพียววิ่งตา  แต่สุดท้ายมันก็ไม่จอดแล้วก็ขับรถไปในขณะที่ ฝาท้ายกระบะยังเปิดอยู่  

เตือนชาวบล๊อกให้เป็นอุทาหรณ์  เรื่องแบบนี้อาจจะเกิดขึ้นกับใครก็ได้เพราะเราไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่  สิ่งที่ห้ามลืมเลย คือทะเบียนรถ ไม่ว่าจะไปหลายคนแบบนู๋เพียวก็ตาม ในกรณีนี้อาจจะไม่คิดว่าไปหลายคนแล้วจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น และสิ่งสุดท้าย ก็คือขนของลงให้หมดแล้วเราค่อยจ่ายเงิน  จะได้ไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้กัน

ปอลิง ขอบคุณพลเมืงอดีนะค่ะที่ช่วยโบกแม้ว่าจะไม่ได้ของคืนมา

 

ไว้อาลัยแด่ Naraya ใบใหม่

posted on 01 Apr 2010 11:53 by noopure

เรื่องมันเศร้า  เพิ่งเกิดตอนเจ็ดโมงเช้าวันนี้นี้เอง

มันก็มีอยู่ว่า เมื่อเช้าเรียกแท๊กซี่สีฟ้า  จำป้ายทะเบียนไม่ได้  หุหุ  เนื่องจากฝ้าท้ายยกขึ้น  เลยมองไม่เห็น  จากหน้าปากซอยบ้านไป สถานีรถไฟบางกอกน้อย

ด้วยความที่ของเยอะมาก แล้วแถมรถก็ติดด้วย 

แม่และน้องชายก็ยกสัมภาะลงจากท้ายรถ  จากรตอนนั้นกำลังชุลมุนด้วย 

นู๋เีพียวจ่ายค่าแท๊กซี่ พอลงจากรถนู่เพียวทำท่าจะเดินไปหยิบกระเป๋า

ลงไปช่วยแม่กับน้องยกของ พี่แท๊กซี่แกมั้ยรุ้จะรีปไปไหน กำลังยกของอยู่  รถก็ออกตัวไปเรย ทั้งที่ฝาท้ายรถก็ยังเปิดอยุ่

เอาละสิทำไง นู่เพียวก้วิ่งตามแต่พี่แก ยังไม่จอด หรือไม่เห็นก็ไม่ทราบได้ หลังจากที่วิ่งตามไปไม่ทันนู๋เพียวก็แจ้งเลยเบอรนี้ของหายได้คืน 1681 และ  1644 เจ้าหน้าทั้งสองเบอรืได้แตบอกว่า  ถ้ามีแท๊กซี่ที่ติดต่อมา แล้วเราจะติดต่อกลับไป 

ท้ายรถมีกระเป๋านารายาที่เพิ่งซื้อ แถมมีเสือผ้าที่กระหน่ำซิ้อหลังจากที่เซนทรัลลาดพร้าวลดกระหน่ำ แล้วก้ครีมทาหน้าอยู่ในกระเป๋าใบใหม่ แล้วก็มีกระเป๋าโปโลของน้องชาย แล้วก็ถุงยาของแม่ 

ของที่ติดไปมันอาจจะดูว่าไ่มมีค่าและราคาเหมือนเงินที่ตกอยุ่ในแท๊กซี่หลายๆคัน

แต่ว่าเสียดายของที่ไปกะพี่แท๊กซี่มันก็ยังมั้ยได้ใช้เลย  หุหุ แถมป้ายราคายังมั้ยได้แกะเรยย

ตอนนี้ที่ทำได้อย่างเดียว คือการรอคอย และ ทำใจ

และก้คิดซะว่า ถ้าได้ของคืนก็เป็นบุญของเรา และถ้าไม่ได้คืนก็ถือซะว่าฟาดเคราะห์ไป